วันนี้จะพาไปดูโรงเก็บเครื่องบิน Air&Space Museum โดยพิพิธภัณฑ์นี้จะมี 2 locations คือ MUSEUM in DC และ UDVAR-HAZY CENTER in VERGINIA ซึ่งพิพิธภัณฑ์ในดีซีได้เคยไปเยี่ยมชมเมื่อนานมาแล้ว และ รูปภาพก็หาไม่เจอแล้ว คราวนี้เลยตั้งใจไปเก็บภาพและจะพาชมโรงเก็บเครื่องบินที่ เวอร์จิเนีย แทนก็แล้วกันนะคะ
ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ จะต้องเสียค่าจอดรถ 15$ จอดรถเสร็จ ของไม่มีค่าแนะนำให้ทิ้งไว้ในรถ และ กระเป๋าไม่ควรใช้ใบใหญ่เพราะถ้ายัดเข้าล็อกเกอร์ฝากของไม่ได้จะต้องหิ้วเองตลอดรายการ รวมถึง ห้าม!!! ห่อข้าวห่อน้ำเข้าไปกิน (ขวดน้ำดื่มเล็ก ๆ พกได้)
เกือบลืมบอกไปอีกอย่าง คือ ที่นี่เค้าห้ามเอาไม้ selfie sticks เข้าไปข้างใน พอถึงประตูทางเข้าก็ต้องต่อแถวค่อย ๆ เดินผ่านเครื่องสแกน แล้วผ่านจนท.รักษาความปลอดภัย ต้องเปิดกระเป๋าให้เค้าตรวจดูด้วยค่ะ ผ่านจากจุดนี้เข้าไปจะกลายเป็นว่าเราอยู่ที่ชั้นบนของอาคาร จากนี้ก็สามารถเดินเที่ยวชมได้ตามสบาย
ทางด้านในจะมีเครื่องบิน ยานบิน และ สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบิน จัดแสดงไว้มากกว่าพันรายการ การจัดแสดงจะมีแบ่งเป็นโซน ดังนี้ Vertical Flight(เช่นพวกเฮลิคอปเตอร์), Sport Aviation(เช่นพวกเครื่องบินเล็กส่วนบุคคล), เครื่องบินพาณิชย์ต่าง ๆ , เครื่องบินที่ใช้ในสงคราม(WWII,สงครามเวียดนาม เกาหลี,สงครามเย็น), เครื่องบินทหารยุคใหม่, เครื่องบินในยุคก่อนปี 1920, เครื่องบินเยอรมันในช่วงWWII, เครื่องบินน้ำหนักเบา, ยานอวกาศ, Rockets&Missiles และ อื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีโรงหนังIMAX ฉายหนัง 3D ต่าง ๆ เกี่ยวกับการบิน และ หอสังเกตุการณ์ที่สามารถมองเห็นวิวสนามบิน Dulles รวมถึงบริเวณใกล้เคียงได้แบบ 360 องศา หรือ bird's - eye view นั่นเอง
บรรยากาศด้านใน เดี๋ยวเราค่อย ๆ เดินดูไปทีละลำนะคะ
 |
Enola Gay
|
<< Boeing B-29 Superfortress Enola Gay ลำนี้เป็นเครื่องบินสัญชาติอเมริกัน ผลิตโดยบริษัทโบอิ้ง ซึ่งถูกใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และ สงครามเกาหลี เครื่องบินใบพัดแบบ 4 เครื่องยนต์ลำนี้ สามารถบรรทุกระเบิดขนาดใหญ่ โดยภาระกิจหลักก็คือ เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด
@ โชคดีอีกแล้วค่ะ ตอนนี้จะมีผู้บรรยายมายืนประจำจุดเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินลำนี้พอดี @
มีเจ้าหน้าที่มาบรรยาย และ ตอบคำถาม เกี่ยวกับเครื่องบินด้วยค่ะ โดยผู้บรรยายส่วนใหญ่เคยทำงานเกี่ยวข้องและรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องบินลำนั้น ๆ เป็นอย่างดี
 |
ลำนี้ชื่อ Enola Gay
|
<< วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เครื่องบินลำนี้ได้ถูกจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ จากปฏิบัติการ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงที่เมือง Hiroshima ประเทศญี่ปุ่น และในอีก 3 วันให้หลัง เครื่องบิน Bockscar ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นเดียวกันนี้ ได้ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่ 2 ลงที่เมือง Nagasaki (Bockscar ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ the U.S. Air Force Museum, Ohio)
มาต่อกันที่มุมนี้จะเป็นส่วนของเครื่องบินสัญชาติเยอรมัน ที่ใช้กันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ภาพด้านบนมองออกไหมว่าเป็นเครื่องบิน
<< Horten Ho III f ลำที่แขวนอยู่ในรูปด้านบนนั่นแหละค่ะ(เอามาให้ดูชัด ๆ ) เป็นเครื่องบินสัญชาติเยอรมัน ออกแบบโดย Reimar Horten ซึ่งในขณะนั้นได้พยายามที่จะพัฒนาเครื่องบินแบบ wing sailplanes (คล้าย ๆ กับ เครื่องร่อน) โดยทำตัวลำเครื่องและหางให้หดเล็กลง แต่มีปีกใหญ่กว้าง และมีลักษณะเรียบแบน โดย Horten ได้ออกแบบ และ พัฒนาเป็นเครื่องบินต้นแบบในซีรีย์นี้ถึง 18 ลำด้วยกัน Horten Ho III f ลำนี้ ถูกค้นพบในประเทศเยอรมนี ราว ๆ 1 เดือน ภายหลังการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสภาพดี พร้อมอุปกรณ์ครบเซต
@ เดินตามกันมาเรื่อย ๆ นะคะ --------------->>
เดินต่อมาเรื่อย ๆ ตามทางเดิน ฝั่งทางด้านนี้จะเป็นส่วนของการบำรุงรักษาเครื่องบิน
โซนนี้ไม่ได้อนุญาตให้เราเข้าไปค่ะ แต่ชั้นบนเป็นกระจกซึ่งเราสามารถมองเห็นได้แทบจะทั่วทุกมุมของห้องนี้
โดยเครื่องบินก่อนที่จะนำไปจัดแสดงโชว์นั้น ก็ต้องนำมาตรวจรักษาที่นี่เพื่อให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด
น่าเสียดายที่เรามาไม่ถูกช่วงที่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ ไม่งั้นคงจะได้เห็นการทำงานต่าง ๆ ภายในห้องนี้ด้วย
เดินต่อเรื่อย ๆ มาจนถึงด้านนี้จะเป็นโซนกระสวยอวกาศแล้วค่ะ ที่เห็นลำใหญ่ ๆ นั้นคือ กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี่
<<Vega Solar System Probe Bus and Landing Apparatus เป็นยานสำรวจอวกาศ ของทางสหภาพโซเวียต(ในสมัยนั้น) แต่เป็นโครงการที่นักวิทยาศาสตร์และทีมงานจากหลาย ๆ ประเทศ(บัลแกเรีย,เชโกสโลวาเกีย,ฝรั่งเศส,เยอรมันตะวันออก,เยอรมันตะวันตก,ฮังการี,โปแลนด์,สหรัฐอเมริกา และ สหภาพโซเวียต) ได้ร่วมกันทำงานในโครงการนี้ ภาระกิจหลักคือการสำรวจดาวศุกร์ โดยในยานสำรวจจะมีอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเมื่อปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ เครื่องจะทำการบันทึกตรวจจับความเคลื่อนไหวของกลุ่มเมฆ และ พื้นผิวดาวเคราะห์ เมื่อยานเข้าสู่วงโคจรของดาวศุกร์ และ เคลื่อนผ่านส่วนปลายของดาวหางฮัลเลย์ เครื่องก็ได้ทำการส่งข้อมูลกลับมายังโลก
โซนนี้จะมีชุดนักบินอวกาศจัดแสดงเอาไว้ด้วยค่ะ
หมวก ถุงมือ และ รองเท้า นักบินอวกาศ ลืมเข้าไปอ่านดูว่าทำมาจากอะไร
<<Paraglider Capsule, Gemini TTV-1 เครื่องนี้เอาไว้ให้นักบินอวกาศใช้ซ้อมในการกลับมายังพื้นผิวโลก โดยนักวิทยาศาสตร์ได้พยายามคิดค้นวิธีอื่น ๆ ในการลงสู่พื้นผิวโลก นอกเหนือไปจากการลงสู่ผิวน้ำในแบบเดิม ๆ (อันที่จริงมีปีกด้านบนใหญ่มากแต่ไม่ได้เก็บรูปมาฝาก) ใครอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถตามไปดู VDO ตามลิ้งค์นี้ได้ค่ะ อธิบายไว้อย่างดีมาก ๆ https://youtu.be/jub8y6WSI8M
<<Boilerplate Command Module, Apollo,#1102A เครื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Apollo โดยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักบินอวกาศได้ทำการฝึกซ้อม จำลองสถานการณ์การกลับลงสู่โลก
<<ดูภาพประกอบค่ะ ซ้อมหย่อนลงทะเล แล้วมุดตัวออกมาแบบนี้
ด้านบนจะมีดาวเทียมแขวนโชว์ไว้อีกเยอะแยะเลย
ส่วนทางด้านมุมนี้จะเป็นโซน Rockets and Missiles
<<ว่ากันว่าในช่วงปี 1920 แนวคิดในการพัฒนาจรวดที่บรรจุเชื้อเพลิงและสามารถบังคับทิศทางในอากาศได้ดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะ ตั้งแต่ที่ประเทศจีนได้ประดิษฐ์พลุไฟที่บรรจุดินปืนขึ้น ก็ไม่ได้มีการพัฒนา ต่อยอด อะไรไปจากเดิมมากนัก
<<แต่ไม่กี่สิบปีให้หลังความฝันก็กลับกลายเป็นจริง เมื่อในศตวรรษที่ 20 นานาประเทศได้พัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ อาทิเช่น ดาวเทียม, กล้องโทรทรรศน์, ยานอวกาศ หรือแม้กระทั่งการส่งมนุษย์ออกไปสำรวจอวกาศ เพื่อแสดงศักยภาพของตน รวมถึงใช้ข่มขู่ คุกคาม และ ป้องกันตน จากประเทศอื่น ๆ
ทำให้จรวด และ ขีปนาวุธได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการคิดค้นและติดตั้งระบบนำวิถี, เชื้อเพลิงเหลว และ เครื่องยนต์ jet engines ใส่เข้าไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น
<<Redstone Missile เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญด้านการพัฒนาจรวดของสหรัฐอเมริกา
โปรดติดตามต่อในตอนหน้า
***ขอค้างเรื่องพิพิธภัณฑ์โรงเก็บเครื่องบินไว้เท่านี้ก่อน เขียนไม่ทัน(ต้องบินแล้วจ้า) ไว้โอกาสหน้าถึงที่หมาย บ้านพร้อม อินเตอร์เน็ตพร้อม เดี๋ยวมาอัพเดทกันต่อ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะคร๊า ปล.ไม่ได้ตรวจทานกันเลยเขียนเสร็จปุ๊บอัพปั๊บ***
ขับรถจาก Las Vegas มุ่งหน้าไป Los Angeles ตามแพลน 3 วัน 2 คืน ไปตั้งแต่ปี 2014 นู่น แต่เพิ่งจะค้นเจอรูป ทริปนี้มีเวลาว่าง 1 วัน จำเป็นต้องหาอะไรทำ หลังจากตระเวนไปทั่ว LA แล้ว เลยตัดสินใจจะไปเที่ยว Universal Studios (อันที่จริงใฝ่ฝันมานานแล้วha~ha)
รูปแรกเห็นตัว Hollywood เล็กกระจึ๋งเดียว (กล้องซูมไม่ได้)
พอตัดสินใจได้ปุ๊บ ก็เปิดเว็บไซด์เข้าไปจองตั๋วเลยค่ะ www.universalstudioshollywood.com แต่เพื่อความชัวร์โทรไปจองดีกว่า จองปั๊บจะได้ confirmation ส่งมาให้ทาง e-mail นะคะ print ออกมาค่ะ
ของเราจองตั๋วแบบ VIP ซึ่งมีข้อดีหลายอย่าง คือ รวมค่าอาหารกลางวัน (Buffet), ค่าจอดรถ (Valet), ทัวร์โรงถ่ายเฉพาะ VIP + ไกด์ตลอดรายการ และ ที่สำคัญที่สุดคือ เล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ ไม่ต้องต่อคิวยาวค่ะ เดินเข้าช่อง VIP ไปได้เลย (เซฟเวลาเป็นอย่างมาก) อ่อ...ใครมีบัตร AMEX พกไปด้วยนะคะ สามารถเข้าไปใช้ AMEX LOUNGE ได้ (ไม่ต้องเสียเงินซื้อน้ำ ซื้อขนมเพิ่ม)
ตอนโทรจองเจ้าหน้าที่แจ้งนะคะว่าตั๋ว no refunds พร้อมถามจุดที่เราจะออกเดินทาง แถมบอกเวลาที่ควรออกเดินทางให้เรียบร้อยและกำชับว่าห้ามสาย
จอดรถเสร็จแล้วให้ลืมลูกโลก และ พรมแดงตรงทางเข้าไปได้เลย 10 โมง ร้อนแดดเปรี้ยงจนไม่กล้าหยุดถ่ายรูป ตั๋ว VIP จะมีทางเข้าแยกต่างหากเพื่อให้เราได้ไปลงทะเบียน และ จัดกรุ๊ป เสร็จแล้วเราก็ถูกพาเข้าไปนั่งรอไกด์ ในห้องนั่งรอจะคล้าย ๆ ห้องอาหาร มีโต๊ะอาหาร ทีวี เครื่องดื่ม และ ของว่าง ๆ ต่าง ๆ ให้เราเดินไปหยิบมากินได้ในระหว่างรอ
ลงทะเบียนเสร็จเค้าจะให้ป้ายนี้มาคล้องคอ
<<ไกด์มารายงานตัวและแจกของที่ระลึก ในซองพลาสติกจะมี พวงกุญแจ, ทิชชู่เปียก, ลูกอม และ ครีมกันแดด (อันนี้จำเป็นมาก เพราะแดดเปรี้ยงสุด ๆ)
ไกด์มาแล้วก็จะเรียกลูกทีมมารวมกัน และ แนะนำตัว (กว่าจะได้เขียนเรื่องนี้ลืมชื่อไกด์ไปแล้วเรียบร้อย แต่จำได้ว่าไกด์ทำงานที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว) เราก็จำ ๆ หน้าเพื่อนในกรุ๊ปไว้ค่ะ จะได้ไม่หลง ซึ่งทัวร์ VIP จะจัดกรุ๊ปละไม่เกิน 10 คน พร้อมแล้วออกทัวร์กันเลยค่ะ
จุดแรก Water World ไม่ต้องต่อแถว และ ที่นั่งวิวดี ๆ จะถูกกั้นเอาไว้ให้แล้ว (ไม่เสียแรงลงทุนซื้อตั๋ว VIP)
นั่งดู Special effects (ถ้านั่งแถวล่างเปียกแน่นอนรับประกัน) สุดอลังการ ระเบิดจริง อะไรจริงไฟแถบจะลุกลวกขนตา
<<จุดถัดมาที่แวะ คือ Despicable Me Minion Mayhem เจ้าตัวมินเนียน ด้านในจะถูกจำลองให้เป็นห้องทดลอง ย่อตัวเราให้เล็กลง แล้วพาเข้าไปข้างในจะเป็น 3-D Ride ออกมาแล้วเวียนหัวเลย
>>จุดต่อมาคือบ้านผีสิง HOUSE OF HORRORS ใครไปช่วงนี้ ไม่ต้องถามหาแล้วนะ เพราะไกด์บอกว่าเค้าจะทุบทิ้งสร้างอย่างอื่นแทนแล้ว (เดือนที่เราไปเป็นเดือนสุดท้ายที่บ้านผีสิงเปิดทำการพอดี) ที่อยากเข้าไปคือข้างในมันมืด ๆ เย็น ๆดี (เดินข้างนอกแดดร้อน)
เดินต่อไปขึ้น The Simpsons Ride อันนี้เป็นรถไฟเหาะ simulation สนุกที่สุดในบรรดาเครื่องเล่นต่าง ๆของที่นี่เลย **คำเตือน : ควรเล่นก่อนอาหาร (ไม่งั้นอาจมีอ้วกกระจาย)
<<เล่นเสร็จเดินมานั่งรอรับประทานอาหารเที่ยงค่ะ ต้องเข้าพร้อมกันทั้งกรุ๊ป เพราะเค้าจะจัดให้นั่งโต๊ะเดียวกันทั้งหมด บรรยากาศดี อาหารเป็นแบบ Buffet รวมทั้ง เครื่องดื่มต่าง ๆ จัดไว้ในตู้แช่ เดินตักเดินเติมตามสบายค่ะ กินเสร็จแล้วก็เดินออกไปนั่งรอไกด์ที่จุดนัดพบ
<<ระหว่างรอจะมีตัวการ์ตูนแบบนี้มาเดินให้เด็ก ๆ ถ่ายรูปด้วย
รอไม่นานไกด์มา (ให้เวลาทานอาหาร 1 ชั่วโมง) แล้วพาเราเดินไปต่อ ถึงตอนนี้จะเป็น ช่วง Studios Tour กันแล้วค่ะ ซึ่งปกติถ้าเราซื้อตั๋วธรรมดาก็ต้องไปเข้าแถวรอขึ้นรถพ่วงยาว ๆ เข้าไป แต่ของกรุ๊ป VIP จะมีรถแยกต่างหาก
รถ VIP ทัวร์ จะเอากรุ๊ปมารวมกัน 2 กรุ๊ป ในการเข้าเยี่ยมชมสตูดิโอ
บนรถไกด์จะตามมาบรรยายต่อ สลับกับคนขับรถเป็นระยะ ๆ
มีน้ำดื่มแช่เย็นแจกค่ะ (ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อและเปลืองแรงหิ้ว)
เข้ามาบริเวณด้านในแล้วฝั่งด้านซ้ายมือ จะจัดแสดงรถต่าง ๆ ที่ใช้ในการถ่ายทำหนังเรื่องจูราสสิคพาร์ค
จุดแรกรถพามาจอดเป็นฉากจำลองหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเม็กซิโก
จอดนิ่งซักพักจะเริ่มมีฝนตก และน้ำไหลบ่าลงมาท่วมเมือง (ได้อารมณ์ฝนตกน้ำท่วมกันไป)
ขับรถผ่านฉากหนังเซตอัพเหมือนจริงกันเลยทีเดียว
<<ขับรถอ้อมดูบรรยากาศโดยรอบแล้ว มีรถอาหารเข้ามาส่งอาหารให้พนักงาน
ถึงตรงนี้ไกด์จะพาเข้าไปดูแผนกที่เก็บอุปกรณ์ประกอบฉากหนังเรื่องต่าง ๆ
อุปกรณ์มีตั้งแต่ เฟอร์นิเจอร์ (ตู้, เตียง, โต๊ะ, โซฟา)
เฟอร์นิเจอร์ยุคเก่า vs ใหม่
เครื่องมือกระจุกกระจิก
แก้ว ถ้วย ชาม ราม ไห (มีครบทุกสิ่ง)
เวลาเบิกอุปกรณ์ฯก็จะต้องส่งรายการของที่ต้องการมาที่แผนกนี้ เจ้าหน้าที่จัดหาก็จะต้องเดินไปค้นของตามรายการที่ได้รับ
แล้วก็เอามารวมใส่รถเข็นแบบนี้ รอเวลาที่กองถ่ายจะมาเบิกออกไป
prop ประกอบหนัง หรือ ซีรีย์ดังต่าง ๆ ก็ถูกจัดรวมไว้ในนี้
มี The Mummy ด้วย
<<ชม prop ประมาณ 20 นาที ไกด์จะกวาดต้อนเราออกมาด้านนอกแล้ว ให้ดูฉากด้านนอกที่ถูกเซตไว้ในการถ่ายทำหนังต่าง ๆ กันบ้าง
ด้านนอกมีทั้งโซนที่เซตไว้เป็นเมือง ๆ หนึ่งในยุโรป และ โซนที่เซตไว้สำหรับถ่ายหนังย้อนยุค
นี่ก็ฉากจำลอง ไกด์บอกว่าถ้าลองทุบกำแพงแรง ๆ มันจะทะลุเป็นรูได้เลย บางส่วนจะทำจากกระดาษ
สถานีรถไฟจำลอง
เดินผ่านจุดนี้เราจะเห็นข้างหลังฉากที่เซตไว้
แล้วมาดูด้านหน้าฉาก (สวยงามตามท้องเรื่อง ha~ha)
<<หลังจากเดินตากแดดกันจนหน้ามืดพอสมควรแล้ว ไกด์พานั่งรถต่อมาที่ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจำลอง ตามท้องเรื่องฉากนี้เป็น Metro แห่งหนึ่งใน ชิคาโก้
>>ฉากนี้คือจะเกิดรถไฟชนกันในสถานี แล้วทำให้สถานีเกิดความเสียหาย และน้ำไหลเข้าท่วมสถานีใต้ดิน ว่าแล้วน้ำก็ไหลมาเทมา
>>ตอนที่ขบวนรถไฟชนจะเกิดขึ้นทางด้านซ้ายของตัวรถที่เรานั่ง รถไฟพุ่งออกมาจากอุโมงค์ชนจนพังยับทังคัน เหมือนจริงมากแต่เก็บภาพไม่ได้เพราะรถที่เรานั่งก็จะสั่นสะเทือนไปให้เหมือนกับเราถูกชนจริง ๆ
<<น้ำไหลจริงจัง ตื่นเต้นอลังการมาก
แล้วรถก็พาเราเคลื่อนออกจากสถานีเพื่อไปยังจุดต่อไป
@ก่อนจะออกเดินทางไปชมฉากแบบ outdoor เราก็ได้เข้าไปชมฉากในสตูดิโอกันก่อน@
ข้างในโรงถ่ายฯจะถูกเซตให้เป็นบ้านหลังนึง
มีฉากด้านนอกบ้าน ไกด์บอกว่าเวลามองออกนอกหน้าต่างต้องได้บรรยากาศนอกบ้านเสมือนจริงด้วย ถ้าเป็นฉากยืนนอกบ้านในฤดูหนาวก็ต้องปรับอุณภูมิให้หนาวเหมือนบรรยากาศจริง เพื่อความสมจริงด้วยค่ะ
คุณไกด์จากอีกกรุ๊ปเป็นผู้บรรยาย คำเตือน : ห้ามเคลื่อนย้ายหยิบจับข้าวของในบ้านเด็ดขาด
<<ลักษณะจะเหมือนบ้านนินจาเลย สามารถเลื่อนปรับฉากเป็นห้องนั้นห้องนี้ได้ ถ้ามองขึ้นด้านบนจะเจออุปกรณ์แสงไฟ ไมค์ ฯลฯ ระโยงระยางไปหมด
<<ไกด์อธิบายต่อค่ะว่าแสงไฟต้องปรับให้ได้ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเวลา เช้า สาย บ่าย เย็น แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาในบ้านก็ไม่เหมือนกัน ต้องปรับให้สมจริงที่สุด
ออกมาจากโรงถ่ายฯแล้ว เราก็นั่งรถต่อไปดูสถานที่แบบ outdoor กันบ้าง ณ จุดนี้จะผ่านโรงซ่อมและต่ออุปกรณ์ประกอบฉากบางรายการ
<<มาต่อกันที่นี่ ตรงจุดนี้เคยใช้ถ่ายทำหนังหลายเรื่อง ที่ดัง ๆ คือเรื่อง Jaws ที่มีฉลามคลั่งไล่งับคนนั่นแหละค่ะ
ตรงจุดนี้รถจะหยุดรอให้เราชม special effects นั่นไงเริ่มเห็นฉลามมาแล้ว
พอฉลามมาใกล้ ๆ ก็มีการระเบิดเกิดขึ้น
ไฟลุกท่วม ไอร้อนกระทบ ร้อนจนคิดว่าหนังหน้าไหม้ไปแล้ว
แล้วฉลามปลอมก็ลอยมาตายข้าง ๆ รถเรา
จะขอเล่าข้ามจุดที่ไม่ได้เก็บรูปมาฝาก คือ จะมีช่วงที่พาเข้าไปจอดอีกจุดในอุโมงค์ ที่จริงคือโรงหนัง 3-D แบบ 360 องศา เป็นคิงคองยักษ์ ต่อสู้กับไดโนเสาร์ กระโดดวิ่ง กระโดดข้ามรอบรถ เหมือนเราอยู่ในเหตุการจริง ๆ มาก แต่เนื่องจากถ่ายรูปไม่ได้ก็จะขอข้ามไป
<<ตอนนี้รถไต่ขึ้นเนินเขา จะพาไปชมบ้านที่เป็นฉากในการถ่ายทำเรื่อง Desperate Housewives
บรรยากาศบ้านบนเนินเขา สวยงาม
มีปลูกต้นไม้จัดสวนดูร่มรื่นด้วย
แต่เอ๊ะ!!! พอรถเลี้ยวเห็นด้านข้าง บ้านมีครึ่งซีก มีแต่ฉากหน้า ฮ่วย!!ลวงตาข้าน้อยอีกแล้ว
ฉากต่อมาคือที่นี่ซึ่งจำไม่ได้ว่าอยู่ในหนังเรื่องอะไร
ตรงพื้นมีทำเป็นเกล็ดสีขาว ๆ โรยไว้ด้วย อารมณ์เหมือนหิมะตก แต่ของจริงแดดร้อนเว่อร์
 |
| ภาพยนต์ในดวงใจ^^ |
<<ถัดมาเป็น Bates Motel ฉากในการถ่ายทำหนังดังเรื่อง Phycho (1960) รถจะหยุดตรงนี้ซักพักนึง
<<ในภาพจะเห็นบ้านของ Norman ที่อยู่ด้านหลัง Motel และ จะเห็น Norman อุ้มศพออกมาจากห้องเพื่อที่จะเอามาใส่ในท้ายรถ
พอเอาศพใส่รถ Norman ก็จะทำท่ามองเห็นเรา แล้วเริ่มถือมีดวิ่งไล่มา ในขณะที่รถเราก็จะค่อย ๆ ออกตัวช้า ๆ เพื่อไปชมจุดอื่น ๆ ต่อไป
ถัดมาคือฉากเครื่องบินตกในหนังเรื่อง War of the Worlds
ทุกอย่างถูกเซตไว้สมจริงมาก ตรงซากเครื่องบิน ก็จะมีควันลอยออกมาตลอด
ทั้งข้าวของเครื่องใช้ บ้านเรือนในสภาพที่เครื่องบินตกใส่
บรรยากาศสมจริงมาก ๆ ค่ะ แต่จะดีกว่านี้ถ้ามี Tom Cruise มายืนโบกมือให้
ตอนนี้รถก็จะเริ่มเคลื่อนออกจากบริเวณฉากนี้แล้ว ขอย้ำนะคะว่าสมจริงมาก ๆ
ก่อนรถจะพาขับกลับลงมา ก็ขอเก็บภาพโรงถ่ายด้านล่างไว้ซะหน่อย
สตูดิโอข้างล่างเวลาที่เราผ่าน เจ้าหน้าที่จะขอร้องให้อย่าส่งเสียงดังค่ะ เค้ากลัวเสียงเล็ดรอดเขาไปในขณะที่มีการถ่ายทำ เพราะฉะนั้นในบริเวณสตูดิโอในภาพนี้จะเงียบมาก ๆ
เสร็จจากเที่ยวชมสตูดิโอแล้ว ไกด์พาเราไปเล่นเครื่องเล่นที่เหลือต่อค่ะ ได้แก่ ล่องแก่ง จะเป็นการจำลองบรรยากาศหนังเรื่องจูราสสิคพาร์คตลอดทาง อันนี้สนุกมาก แต่เปียก ขนาดไกด์แจกเสื้อกันฝนแล้วนะแต่ก็ไม่วายเปียกจนได้
เครื่องเล่นถัดมา ก็จะเป็น Mummy Ride อันนี้ผิดหวังมาก มีลูกมีหลานบอกอย่าไปเล่นเลยเสียเวลา เสียความรู้สึก คือมันพาเรานั่งรถไฟไต่ขึ้นไปในถ้ำมัมมี่แล้วก็หยุด พักนึงมัมมี่โผล่มา เครื่องมันกระชากเราถอยหลังลงกลับไปที่เดิมแบบมึน ๆ มวน ๆ ท้อง จบแล้ว นี่คือ สนุกตรงไหน??
ส่วนอันสุดท้ายที่เล่นรู้สึกจะเป็น Transformers 3-D Ride อันนี้ก็สนุก แต่น้ำหมากแทบกระจาย เพราะเครื่องมันเหวี่ยง เป็นฉากที่ Bubble B ต่อสู้แล้วตัวเราอยู่กลางวงต่อสู้นั้นพอดี เครื่องจะพาคอยหลบหลีกเหวี่ยงไปมา สนุกมาก ๆ
เล่นจบครบทุกสิ่ง ไกด์ก็จะขอลากลับ แต่เราสามารถเดินเล่นต่อเองได้ หรือจะกลับไปเล่นเครื่องเล่นที่ชอบอีกก็ได้ แล้วไกด์ก็บอกว่าตอนนี้เค้ากำลัง สร้าง The Wizarding World of Harry Potter โอ๊ย!!! กรี๊ด!!! ต้องเสียเงินเข้ามาเล่นใหม่อีกทีตอนสร้างเสร็จ ได้ข่าวว่าจะเปิดช่วง Spring 2016 นะคะ เก็บเงินไว้รอกันได้เลย ส่วนวันนี้ขอลาไปแพ็คกระเป๋าย้ายบ้านก่อน ถ้าค้นเจอรูปอะไรดี ๆ คร่าวหน้าจะมาเขียนเล่าเรื่องให้ฟังใหม่นะคะ สวัสดี